เสาเข็มตอก
คือ เสาเข็ม ที่เห็นอยู่ทั่วไป มีลักษณะเป็นแท่งยาว
ๆ มีหน้าตัดเป็น รูปเหลี่ยม กลม หรือตัวไอ (I)
ทำด้วย คอนกรีตเสริมเหล็ก แล้วใช ้ปั้นจั่น ตอกลงไปในพื้นดิน
เสาเข็มคอนกรีตรูป หกเหลี่ยมกลวง เป็น เสาเข็มขนาดเล็ก
จึงเหมาะที่จะใช้กับโครงสร้างขนาดเล็ก ๆ หรือไม่สำคัญนัก
เช่น รั้ว ศาลพระภูมิ เป็นต้น ในอดีตใช้ไม้เป็นเสาเข็ม
แต่เนื่องจากปัจจุบันไม้มีราคาแพง ตัดขนาดหรือควบคุมคุณภาพได้ยาก
อีกทั้ง เสาเข็มไม้ ผุพังได้ตามสภาพ ปัจจุบันจึงแทบจะไม่ใช้เสาเข็มไม้กับบ้านที่พักอาศัยหรืออาคารต่าง
ๆ
เสาเข็มเจาะ
โดยมากแบ่งได้เป็นสองประเภท คือ เสาเข็มเจาะแห้ง
และ เสาเข็มเจาะเปียก
เสาเข็มเจาะเปียก มักจะใช้ในการก่อสร้าง อาคารใหญ่
ส่วนเสาเข็มเจาะแห้ง นั้นจะใช้ใน การปลูกบ้าน
หรือ อาคาร ที่มีความสูงไม่มากนัก ใช้พื้นที่ในการก่อสร้างน้อยกว่า
เสาเข็มตอก จึงใช้ได้ดีกับการก่อสร้างในพื้นที่แคบ
ๆ และทำให้เกิดการสั่นสะเทือนหรือ การแตกร้าว
ของอาคารข้างเคียงน้อยกว่า เสาเข็มตอก แต่การใช้
เสาเข็มเจาะ แห้งนั้น จำเป็นต้องควบคุมคุณภาพ
การก่อสร้าง มากกว่า เสาเข็มตอก
เสาเข็มเจาะแห้ง มีขั้นตอนการทำงานโดยเริ่มจากการกด
ปลอกเหล็ก กันดินพัง ที่มีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางเท่ากับ
ขนาดเสาเข็ม ลงในตำแหน่งที่ต้องการเจาะเสาเข็ม
โดยกดให้เลยชั้นดินอ่อน จากนั้นจึงทำการเจาะดินให้ได้ความลึกที่กำหนด
แล้วจึงใส่เหล็กเสริมและเท คอนกรีต ลงไป การควบคุมคุณภาพของเสาเข็มเจาะแห้งนั้น
ต้องตรวจสอบในขั้นตอนสำคัญ ๆ โดยเริ่มตั้งแต่ตรวจสอบตำแหน่งการลงปลอกเหล็กว่าถูกต้องหรือไม่
จากนั้นตรวจสอบดูว่ารูเจาะมีเส้นผ่านศูนย์กลาง
ความลึก ขนาด และรูปร่างตรงตามที่กำหนดไว้ในแบบหรือไม่
รวมทั้งตรวจดูเหล็กเสริมเสาเข็มว่ามีขนาด ปริมาณและความยาวถูกต้องตามที่แบบกำหนดไว้หรือไม่
ที่สำคัญคือ ต้องตรวจสอบดินบริเวณก้นหลุมว่าไม่พังทลาย
โดยสังเกตได้จากการที่ไม่มีน้ำทะลักเข้ามาในรูเจาะ
ซึ่งอาจจะใช้วิธีส่องไฟดูบริเวณก้นหลุมก็ได้
วิธีการควบคุมคุณภาพของเสาเข็มเจาะแห้งในเบื้องต้นก็คือ
ตรวจสอบว่าปริมาณของคอนกรีตที่ใช้เทใกล้เคียงกับปริมาณของดินที่ถูกเจาะออกไป
เพื่อให้แน่ใจว่ารูเจาะไม่พังทลายหรือบีบตัวเข้ามา
ในการเทคอนกรีตนั้นโดยปกติคอนกรีตจะยุบตัวลงหลังจากที่ถอนปลอกเหล็กกันดินพังออก
ดังนั้นจึงควรเทคอนกรีตโดยเผื่อการยุบตัวให้พอดี
แล้วจึงถอนปลอกเหล็กกันดินพังออก การถอนปลอกเหล็กนี้ต้องทำโดยดึงปลอกเหล็กขึ้นตรง
ๆ ในแนวดิ่งมิฉะนั้นเสาเข็มจะอยู่ในสภาพเอียงตามไปด้วย
ทำให้เกิดปัญหาในการรับน้ำหนักอาคารภายหลัง
โดยทั่วไปในการก่อสร้างบ้าน วิศวกรมักเลือกใช้เสาเข็มตอก
เพราะตรวจสอบคุณภาพได้ง่ายและมีราคาถูกกว่าเสาเข็มเจาะ
แต่เสาเข็มตอกต้องการพื้นที่ในการทำงานกว้าง ไม่เหมาะกับการก่อสร้างบ้านที่อยู่ในตรอกพื้นที่
แคบ ๆ เพราะไม่สามารถขนส่งเสาเข็มเข้ามาในพื้นที่ก่อสร้างได้
การตอกเสาเข็มยังทำให้เกิดเสียงดังและเกิดแรงสั่นสะเทือน
ซึ่งอาจทำให้บ้านที่อยู่ติด ๆ กันแตกร้าว หรืออาจทำให้เกิดอันตรายจากอุบัติเหตุในระหว่างการทำงาน
เช่น ปั้นจั่นล้ม หรือเสาเข็มหลุดร่วงขณะยกขึ้นได้
ในกรณีที่มีข้อจำกัดเรื่องพื้นที่หรืออาคารใกล้เคียง
ก็อาจจำเป็นต้องเลือกใช้เสาเข็มเจาะที่มีราคาแพงกว่า
ซึ่งต้องมีการควบคุมคุณภาพ และต้องระวังความสกปรกเลอะเทอะจากดินที่ขุดขึ้นมาในการทำรูเสาเข็ม
โดยทั่วไปการเลือกใช้เสาเข็มและ การตอกเสาเข็ม
จะเป็นไปตามที่ วิศวกร ผู้ ออกแบบบ้าน ได้กำหนดไว้
รายละเอียดต่าง ๆ เกี่ยวกับเสาเข็มสามารถดูได้จากแบบ
พิมพ์เขียว สิ่งสำคัญก็คือ ดูให้มั่นใจว่าเสาเข็มมีจำนวนครบถ้วน
มีขนาดและความยาวตามที่กำหนดไว้ในแบบ และตรวจสอบให้แน่ใจว่าเสาเข็มแต่ละต้นอยู่ในสภาพที่ดี
ไม่ชำรุด หากพบรอยร้าวหรือความเสียหายควรปรึกษาวิศวกรว่าเสาเข็มนั้นยังสามารถนำไปใช้ได้หรือไม่
การกองเสาเข็มตอกนั้นจะต้องมีไม้รองรับตรงจุดที่ออกแบบไว้
ซึ่งจะห่างจากปลายทั้งสองด้านประมาณหนึ่งในห้าของ
ความยาวเสาเข็ม และควรตรวจดูวันที่ผลิต ซึ่งสามารถดูได้ที่ตัวเสาเข็ม
เสาเข็มนั้นควรมีอายุอย่างน้อยไม่ต่ำกว่า 7 วัน
และต้องมั่นใจว่า เสาเข็มที่ตอกลงในดินทุกต้นนั้นไม่หักระหว่างการตอก
บางครั้งในการก่อสร้างก็อาจจำเป็นต้องต่อ ความยาวของเสาเข็ม
ให้ได้ตามที่กำหนด การต่อเสาเข็มตอกมี 2 วิธี
คือ
การต่อปลอก
คือ การต่อเสาเข็มโดยการใช้ปลอกเหล็กที่มีขนาดพอเหมาะกับขนาดของ
เสาเข็ม โดยปลอกที่ใช้จะต้องมีความยาวเพียงพอที่จะบังคับไม่ให้เสาเข็มหลุดออกจากกันขณะที่ทำการตอกและขณะใช้งานรับน้ำหนักอาคาร
ปัจจุบันไม่นิยมต่อเสาเข็มโดยการใช้ปลอกเหล็ก
เพราะมีความเสี่ยงสูง
การต่อเชื่อมด้วยไฟฟ้า
คือ การต่อเสาเข็ม ที่มีแผ่นเหล็กติดอยู่ที่หัวเสา
ซึ่งมีไว้เพื่อใช้ใน การเชื่อมต่อเสาเข็ม เข้าด้วยกัน
ทั้งนี้ต้องควบคุมการเชื่อมต่อ ให้รอยเชื่อมรอบเสาเข็มและหน้าสัมผัสของเสาเข็มที่ต้องการต่อแนบกันอย่างสนิท
และหากไม่สนิท ต้องนำแผ่นเหล็กบาง ๆ มาหนุนเสริม