Architecture Design
Commercial
Private House
Government
Resort&Hotel
Residential&Housing
Decoration
Construction
Landscape
Swimming pool
 
กฏหมายอาคาร
กฎหมายจัดสรร
กฏกระทรวง
ข้อบัญญัติกรุงเทพมหานคร
กฏหมายคนพิการ
 

ผลิตภัณฑ์ก่อสร้าง-ตกแต่ง

ปูนซีเมนต์
กระจก
อุปกรณ์ประตู-หน้าต่าง
สุขภัณฑ์
พื้นไม้,แกรนิต,ลามิเนต
อิฐมวลเบา , ยิบซั่ม
ฉนวนกันความร้อน
สีทาอาคาร
กระเบื้องหลังคา
กระเบื้องปูพื้น-ผนัง
อุปกรณ์ไฟฟ้า
ดวงโคม-หลอดไฟ
ผ้าม่าน , พรม
ผนังตกแต่ง , glassblock
หินธรรมชาติ , หินสังเคราะห์
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 

  Home I  Design I Decoration I Construction I Landscape I Swimming Pool

  การเลือกแบบบ้าน >>>
 
เลือกแบบบ้านอย่างไรดีจึงจะเหมาะสม
แบบบ้านมีหลายประเภท ที่พบเห็นกันอยู่บ่อย ๆ ในเมืองไทยมี 4 แบบ คือ

1) บ้านทรงไทย
บ้านทรงไทย ส่วนใหญ่มี หลังคาเป็นทรงจั๋ว มีความลาดเอียงมาก เพื่อให้น้ำฝนระบายได้เร็ว พื้นที่ใต้หลังคา ทำหน้าที่ช่วยลดความร้อน บ้านไทย นิยมมีส่วนเปิดหรือ ลานโล่ง อยู่กลางบ้าน หน้าต่าง เป็น บานเปิดคู่ยาว มีใต้ถุนสูง ซึ่งมีประโยชน์หลายอย่าง เช่น ใช้เลี้ยงสัตว์ เป็นที่ถ่ายเทอากาศ และยังช่วยหนีน้ำท่วมได้ด้วย

2) บ้านทรงต่างชาติ
เช่น บ้านทรงโรมัน บ้านทรงสเปน เป็นต้น เป็นบ้านที่มีเอกลักษณ์เฉพาะประจำชาตินั้น ๆ เช่น บ้านทรงโรมันมีลักษณะเด่น คือ การใช้เสาที่มีลักษณะเฉพาะตัว มีสัดส่วนที่แน่นอนโดยอาจนำ ประติมากรรม มาร่วมประดับอาคารด้วย บ้านสไตล์นี้จะไม่ค่อยเน้นรูปทรงของหลังคา แต่จะเน้นที่ ลวดลายประดับ ความยิ่งใหญ่ และความสง่าผ่าเผยของอาคารเป็นหลัก

3) บ้านทรงโมเดิร์น
เป็นบ้านที่เกิดจากแนวคิดในการสร้างบ้านที่มีลักษณะเรียบง่าย แตกต่างจากบ้านแบบอื่น ๆ ที่มีความหลากหลายและมีรายละเอียดที่ซับซ้อน ไม่ยึดติดรูปแบบที่แน่นอน บ้านโมเดิร์น จะใช้รูปทรง เรขาคณิตในการ ออกแบบ และเน้นรูปทรงโดยรวมของอาคารทั้งหลัง ตัดลวดลายประดับตกแต่งออกไป การใช้สีสันที่สดใสก็เป็นตัวแทนอย่างหนึ่งของบ้านโมเดิร์นเช่นกัน

4) บ้านทรงร่วมสมัย
ซึ่งเป็นแบบบ้านที่พบเห็นโดยทั่วไป ส่วนใหญ่มีรูปทรงที่เรียบง่าย และนำประโยชน์ใช้สอยในชีวิตประจำวันมาเป็นพื้นฐานใน การออกแบบ บ้านจึงมีลักษณะหลากหลายแปลกตา ไม่มีรูปแบบตายตัวมากำหนด ทำให้บ้านแบบนี้เป็นที่นิยมอยู่เสมอ

บ้านแต่ละแบบก็มีความสวยงามเฉพาะตัว แต่จะมีความแตกต่างกันในเรื่องของการจัดวาง แปลน หรือองค์ประกอบการใช้ประโยชน์ของบ้าน โดยทั่ว ๆ ไปควรปรึกษา สถาปนิก ผู้ออกแบบ เพื่อให้การใช้พื้นที่เกิดประโยชน์สูงสุดและเหมาะสมต่อขนาดและความต้องการของผู้อยู่อาศัย

 
  เสาเข็ม มีกี่ประเภท >>>
 
บ้าน ก็เหมือนกับต้นไม้ซึ่งต้องมี รากฐาน แข็งแรง ทนทาน “เสาเข็ม” ถือเป็นรากฐานที่สำคัญที่สุดของ โครงสร้างบ้าน เพราะมีหน้าที่รับน้ำหนักจากส่วนต่าง ๆ ของบ้าน การเลือก เสาเข็ม อย่างเหมาะสมและการควบคุมการก่อสร้างอย่างถูกต้องจะช่วยป้อกันปัญหาที่เกิดขึ้นในภายหลัง
โดยทั่วไปเสาเข็มแบ่งออกเป็น 2 ประเภทหลัก ๆ คือ เสาเข็มตอก และ เสาเข็มเจาะ

เสาเข็มตอก
คือ เสาเข็ม ที่เห็นอยู่ทั่วไป มีลักษณะเป็นแท่งยาว ๆ มีหน้าตัดเป็น รูปเหลี่ยม กลม หรือตัวไอ (I) ทำด้วย คอนกรีตเสริมเหล็ก แล้วใช ้ปั้นจั่น ตอกลงไปในพื้นดิน เสาเข็มคอนกรีตรูป หกเหลี่ยมกลวง เป็น เสาเข็มขนาดเล็ก จึงเหมาะที่จะใช้กับโครงสร้างขนาดเล็ก ๆ หรือไม่สำคัญนัก เช่น รั้ว ศาลพระภูมิ เป็นต้น ในอดีตใช้ไม้เป็นเสาเข็ม แต่เนื่องจากปัจจุบันไม้มีราคาแพง ตัดขนาดหรือควบคุมคุณภาพได้ยาก อีกทั้ง เสาเข็มไม้ ผุพังได้ตามสภาพ ปัจจุบันจึงแทบจะไม่ใช้เสาเข็มไม้กับบ้านที่พักอาศัยหรืออาคารต่าง ๆ

เสาเข็มเจาะ
โดยมากแบ่งได้เป็นสองประเภท คือ เสาเข็มเจาะแห้ง และ เสาเข็มเจาะเปียก
เสาเข็มเจาะเปียก มักจะใช้ในการก่อสร้าง อาคารใหญ่ ส่วนเสาเข็มเจาะแห้ง นั้นจะใช้ใน การปลูกบ้าน หรือ อาคาร ที่มีความสูงไม่มากนัก ใช้พื้นที่ในการก่อสร้างน้อยกว่า เสาเข็มตอก จึงใช้ได้ดีกับการก่อสร้างในพื้นที่แคบ ๆ และทำให้เกิดการสั่นสะเทือนหรือ การแตกร้าว ของอาคารข้างเคียงน้อยกว่า เสาเข็มตอก แต่การใช้ เสาเข็มเจาะ แห้งนั้น จำเป็นต้องควบคุมคุณภาพ การก่อสร้าง มากกว่า เสาเข็มตอก
เสาเข็มเจาะแห้ง มีขั้นตอนการทำงานโดยเริ่มจากการกด ปลอกเหล็ก กันดินพัง ที่มีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางเท่ากับ ขนาดเสาเข็ม ลงในตำแหน่งที่ต้องการเจาะเสาเข็ม โดยกดให้เลยชั้นดินอ่อน จากนั้นจึงทำการเจาะดินให้ได้ความลึกที่กำหนด แล้วจึงใส่เหล็กเสริมและเท คอนกรีต ลงไป การควบคุมคุณภาพของเสาเข็มเจาะแห้งนั้น ต้องตรวจสอบในขั้นตอนสำคัญ ๆ โดยเริ่มตั้งแต่ตรวจสอบตำแหน่งการลงปลอกเหล็กว่าถูกต้องหรือไม่ จากนั้นตรวจสอบดูว่ารูเจาะมีเส้นผ่านศูนย์กลาง ความลึก ขนาด และรูปร่างตรงตามที่กำหนดไว้ในแบบหรือไม่ รวมทั้งตรวจดูเหล็กเสริมเสาเข็มว่ามีขนาด ปริมาณและความยาวถูกต้องตามที่แบบกำหนดไว้หรือไม่ ที่สำคัญคือ ต้องตรวจสอบดินบริเวณก้นหลุมว่าไม่พังทลาย โดยสังเกตได้จากการที่ไม่มีน้ำทะลักเข้ามาในรูเจาะ ซึ่งอาจจะใช้วิธีส่องไฟดูบริเวณก้นหลุมก็ได้
วิธีการควบคุมคุณภาพของเสาเข็มเจาะแห้งในเบื้องต้นก็คือ ตรวจสอบว่าปริมาณของคอนกรีตที่ใช้เทใกล้เคียงกับปริมาณของดินที่ถูกเจาะออกไป เพื่อให้แน่ใจว่ารูเจาะไม่พังทลายหรือบีบตัวเข้ามา ในการเทคอนกรีตนั้นโดยปกติคอนกรีตจะยุบตัวลงหลังจากที่ถอนปลอกเหล็กกันดินพังออก ดังนั้นจึงควรเทคอนกรีตโดยเผื่อการยุบตัวให้พอดี แล้วจึงถอนปลอกเหล็กกันดินพังออก การถอนปลอกเหล็กนี้ต้องทำโดยดึงปลอกเหล็กขึ้นตรง ๆ ในแนวดิ่งมิฉะนั้นเสาเข็มจะอยู่ในสภาพเอียงตามไปด้วย ทำให้เกิดปัญหาในการรับน้ำหนักอาคารภายหลัง
โดยทั่วไปในการก่อสร้างบ้าน วิศวกรมักเลือกใช้เสาเข็มตอก เพราะตรวจสอบคุณภาพได้ง่ายและมีราคาถูกกว่าเสาเข็มเจาะ แต่เสาเข็มตอกต้องการพื้นที่ในการทำงานกว้าง ไม่เหมาะกับการก่อสร้างบ้านที่อยู่ในตรอกพื้นที่
แคบ ๆ เพราะไม่สามารถขนส่งเสาเข็มเข้ามาในพื้นที่ก่อสร้างได้ การตอกเสาเข็มยังทำให้เกิดเสียงดังและเกิดแรงสั่นสะเทือน ซึ่งอาจทำให้บ้านที่อยู่ติด ๆ กันแตกร้าว หรืออาจทำให้เกิดอันตรายจากอุบัติเหตุในระหว่างการทำงาน เช่น ปั้นจั่นล้ม หรือเสาเข็มหลุดร่วงขณะยกขึ้นได้ ในกรณีที่มีข้อจำกัดเรื่องพื้นที่หรืออาคารใกล้เคียง ก็อาจจำเป็นต้องเลือกใช้เสาเข็มเจาะที่มีราคาแพงกว่า ซึ่งต้องมีการควบคุมคุณภาพ และต้องระวังความสกปรกเลอะเทอะจากดินที่ขุดขึ้นมาในการทำรูเสาเข็ม


โดยทั่วไปการเลือกใช้เสาเข็มและ การตอกเสาเข็ม จะเป็นไปตามที่ วิศวกร ผู้ ออกแบบบ้าน ได้กำหนดไว้ รายละเอียดต่าง ๆ เกี่ยวกับเสาเข็มสามารถดูได้จากแบบ พิมพ์เขียว สิ่งสำคัญก็คือ ดูให้มั่นใจว่าเสาเข็มมีจำนวนครบถ้วน มีขนาดและความยาวตามที่กำหนดไว้ในแบบ และตรวจสอบให้แน่ใจว่าเสาเข็มแต่ละต้นอยู่ในสภาพที่ดี ไม่ชำรุด หากพบรอยร้าวหรือความเสียหายควรปรึกษาวิศวกรว่าเสาเข็มนั้นยังสามารถนำไปใช้ได้หรือไม่
การกองเสาเข็มตอกนั้นจะต้องมีไม้รองรับตรงจุดที่ออกแบบไว้ ซึ่งจะห่างจากปลายทั้งสองด้านประมาณหนึ่งในห้าของ ความยาวเสาเข็ม และควรตรวจดูวันที่ผลิต ซึ่งสามารถดูได้ที่ตัวเสาเข็ม เสาเข็มนั้นควรมีอายุอย่างน้อยไม่ต่ำกว่า 7 วัน และต้องมั่นใจว่า เสาเข็มที่ตอกลงในดินทุกต้นนั้นไม่หักระหว่างการตอก บางครั้งในการก่อสร้างก็อาจจำเป็นต้องต่อ ความยาวของเสาเข็ม ให้ได้ตามที่กำหนด การต่อเสาเข็มตอกมี 2 วิธี คือ

การต่อปลอก
คือ การต่อเสาเข็มโดยการใช้ปลอกเหล็กที่มีขนาดพอเหมาะกับขนาดของ เสาเข็ม โดยปลอกที่ใช้จะต้องมีความยาวเพียงพอที่จะบังคับไม่ให้เสาเข็มหลุดออกจากกันขณะที่ทำการตอกและขณะใช้งานรับน้ำหนักอาคาร ปัจจุบันไม่นิยมต่อเสาเข็มโดยการใช้ปลอกเหล็ก เพราะมีความเสี่ยงสูง

การต่อเชื่อมด้วยไฟฟ้า
คือ การต่อเสาเข็ม ที่มีแผ่นเหล็กติดอยู่ที่หัวเสา ซึ่งมีไว้เพื่อใช้ใน การเชื่อมต่อเสาเข็ม เข้าด้วยกัน ทั้งนี้ต้องควบคุมการเชื่อมต่อ ให้รอยเชื่อมรอบเสาเข็มและหน้าสัมผัสของเสาเข็มที่ต้องการต่อแนบกันอย่างสนิท และหากไม่สนิท ต้องนำแผ่นเหล็กบาง ๆ มาหนุนเสริม

สิ่งที่สำคัญก็คือ เสาเข็ม ที่รับน้ำหนัก โครงสร้าง ของพื้นทั้งหมดต้องมีความยาวเท่ากัน ปลายเสาเข็ม ต้องอยู่บน ชั้นดินแข็ง และไม่ควรใช้เสาเข็มต่างชนิดกันในอาคารเดียวกัน

 
 
 

 

 ผลิตภัฑ์ตกแต่ง >>>
oceannewline co.,ltd
ผู้นำด้านการผลิตและติดตั้งสินค้าสำหรับกันแดดทั้งภายในและภายนอก
อาคาร
บุญถาวร รัชดา
ศูนย์รวมห้องน้ำ ห้องครัว หินอ่อน หินแกรนิต
carpet international
พรมคาร์เปทอินเตอร์ ตอบสนองทุกความต้องการงานตกแต่ง
สุขภัณฑ์ cotto
บริษัท ปูนซิเมนต์ไทย จำกัด (มหาชน) และบริษัท โตโต้ ประเทศญี่ปุ่น ร่วมกันพัฒนา เทคโนโลยีการผลิตสุขภัณฑ์ให้ได้มาตรฐาน ภายใต้ชื่อ COTTO และ TOTO
   
สวน,ต้นไม้,หินธรรมชาติ >>>
pornsridecorate
ผลิตภัณฑ์เซรามิค ต้นกล้วยไม้ทำจากดินญี่ปุ่น กรอบรูปดอกไม้เกล็ดปลา เครื่องดินเผาเวียงกาหลง
หินกาบ หินทราย
ศูนย์รวมหินธรรมชาติ หินกาบ หินทราย....
dankwianplaza
ัด่านเกวียนพลาซ่า โคมไฟดินเผาพ่นทราย โคมไฟสำหรับเสา เครื่องปั้นดินเผา


Link >>>
แผนที่กรุงเทพ ฯ, แผนที่รายเขต
ผังเมืองรวมกรุงเทพ ฯ
ค้นหาราคาประเมินที่ดิน
ค้นหาราคาประเมินโรงเรือนและสิ่งปลูกสร้าง
ค้นหาราคาประเมินอาคารชุด
ราคาประเมินค่าก่อสร้างอาคาร 2547
ความรู้เรื่องบ้านดิน
รวมสินเชื่อเคหะ >>>
ธนาคารกรุงเทพ
ธนาคารไทยพานิชย์
ธนาคารกรุงไทย
ธนาคารกรุงศรีอยุธยา
ธนาคารอาคารสงเคราะห์
ธนาคารกสิกรไทย
ธนาคารทหารไทย
Home
ออกแบบอาคาร
ตกแต่งภายใน
รับเหมาก่อสร้าง
วางระบบสปริงเกอร
Contact us


 


Copyright Design-Decor.com All Rights Reserved.
eXTReMe Tracker
Contact us email : design2decor@yahoo.com Tel : 01-3764511